เจาะลึกมาตรฐานวิศวกรรม "ท่อ PPR" และ "ระบบสุขาภิบาล" ยุคใหม่ ใช้ท่อน้ำอะไร? เหตุใดท่อ THAI PP-R ถึงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่โครงการชั้นนำไว้วางใจ
ท่อ PPR แบรนด์ THAI PPR ยอดขายอันดับ1 คุณภาพกว่า 2 ทศวรรษ “ท่อและข้อต่อผลิตในประเทศไทย”ที่โครงการชั้นนำทั่วไทย เลือกใช้สำหรับระบบสุขาภิบาลในอาคาร ทั้งท่อประปา ท่อน้ำร้อน ท่อน้ำเย็น ร่วมไปถึงท่อน้ำดื่ม ที่ได้รับมาตรฐาน DVGW NSF WRAF AENOR CFP เหล่านี้คือสิ่งยืนยัน และได้รับความไว้วางใจจากวิศวกร ช่าง ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ ตลอดจนถึงผู้ใช้งานในอนาคต
ยกระดับระบบประปา และสุขาภิบาลในอาคารของคุณด้วย “ท่อ PPR” จาก THAI PP-R ทนร้อน 95°C ทนแรงดัน 20 บาร์ ท่อ ข้อต่อมากกว่า 600 ชนิด ตอบโจทย์ทุกงานระบบอาคาร
ในโลกของธุรกิจก่อสร้างและงานระบบอาคาร (M&E) การเลือกวัสดุ “ไม่ใช่แค่เรื่องราคา” แต่คือเรื่องของ “ความคุ้มค่า” และ “ความเชื่อมั่น” ในระยะยาว โดยเฉพาะหัวใจสำคัญของอาคารอย่าง “ระบบสุขาภิบาล” และ “ท่อน้ำ” ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงการใช้งานอุปโภค บริโภคในทุกๆ วัน
เหตุใด “ท่อประปา” ยุคใหม่ต้องเป็นท่อ PPR จากแบรนด์ THAI PP-R และทำไมแบรนด์นี้ถึงครองใจวิศวกรและผู้รับเหมา จนมียอดขายเป็นอันดับ 1 มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ
1. วิศวกรรมวัสดุศาสตร์: ทำไมต้อง "ท่อ PPR" (Polypropylene Random Copolymer)
เมื่อพูดถึง “ท่อประปา” ในอดีตเราอาจคุ้นเคยกับท่อเหล็กที่เสี่ยงต่อสนิม หรือท่อ PVC ที่มีข้อจำกัดเรื่องความร้อน ความทนทาน และแรงดันน้ำ แต่สำหรับท่อ PPR” หรือ Polypropylene Random Copolymer นั้นคือนวัตกรรมที่เข้ามาปฏิวัติวงการท่อน้ำ
“ทนทานมากกว่า รองรับการใช้งานได้ดีกว่า” จากข้อมูลทางเทคนิค ท่อของ THAI PP-R สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 95 องศาเซลเซียส และรองรับแรงดันได้ถึง 20 บาร์ (PN20) ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นท่อน้ำร้อน (Hot Water) ในโรงแรม โรงพยาบาล หรือโรงงานอุตสาหกรรม
ความสะอาดมาตรฐาน NSF ด้วยวัสดุ Food Grade ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน NSF (National Sanitation Foundation) จึงมั่นใจได้ว่าน้ำที่ไหลผ่านจะปราศจากสารก่อมะเร็งและสารปนเปื้อน
ตอบโจทย์เทรนด์อาคารเขียว (Green Building) และผู้ใช้งานที่ใส่ใจสุขภาพ
2. นวัตกรรมการติดตั้ง: "ข้อต่อPPR" ที่ผสานเป็นเนื้อเดียวกันกับ “ท่อPPR”
จุดอ่อนที่สุดของระบบท่อน้ำแบบเก่าคือ “รอยต่อ” ที่มักเกิดการรั่วซึมเมื่อกาว หรือน้ำยาประสานท่อเสื่อมสภาพ แต่ระบบท่อ THAI PP-R ใช้วิธีการติดตั้งแบบ “เชื่อมสอด” (Socket Fusion) ท่อใหญ่ใช้วิธีการติดตั้งแบบ “เชื่อมชน” (Butt Fusion) หรือ “E.F” (Electro Fusion)
โดยใช้ความร้อนละลายท่อ และข้อต่อ PPR ให้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน (Homogeneous) ตัดปัญหาการรั่วซึม
Variety ที่เหนือกว่า: ไม่ว่างานระบบจะซับซ้อนแค่ไหน THAI PP-R มี ข้อต่อกว่า 600 SKU รองรับทุกรูปแบบการเดินท่อ ตั้งแต่ท่อขนาดเล็กในบ้านพักอาศัย ไปจนถึงท่อ Main ขนาดใหญ่ (Big Size)
ถึง 315 มม.(12”) สำหรับอาคารสูง
3. ความคุ้มค่าต่อการลงทุน ที่ "โครงการชั้นนำ" เลือก
ในเชิงธุรกิจการลด Cost ของการ Maintenance (ซ่อมบำรุง) คือกำไรที่แท้จริง การเลือกใช้ “ระบบสุขาภิบาล” ที่มีคุณภาพสูงอย่างระบบท่อ THAI PP-R จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องท่อเป็นสนิม ผุ ร้าว แตก รั่ว จนเกิดปัญหาน้ำหยดใส่ฝ้าเพดาน ไหลลงลิฟท์ขนส่ง ซึ่งเป็นฝันร้ายของเจ้าของอาคาร
ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่สร้างไม่ได้ในข้ามคืน แต่ท่อ THAI PP-R พิสูจน์แล้วด้วยการเป็น
แบรนด์ที่ “โครงการชั้นนำเลือกใช้”ทั่วประเทศไทยกว่า 10,000 โครงการชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นงานระบบ Chiller, HVAC หรือระบบท่อน้ำดื่ม
การเลือก “ท่อน้ำ” ให้กับโครงการ อาคารของคุณ จึงไม่ใช่แค่การซื้อวัสดุ แต่คือการลงทุนใน “ความสบายใจ” ในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาโซลูชันระบบน้ำที่ “ติดตั้งง่ายทนทานเป็นเนื้อเดียวกันทั้งท่อและข้อต่อลดการรั่วซึม คุ้มค่าในระยะยาว” นี้คือคำตอบทางวิศวกรรมที่โครงการชั้นนำทั่วไทย มั่นใจเลือกใช้ท่อ THAI PP-R
ลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของโครงการ ท่อและข้อต่อผลิตในประเทศไทย
- ไม่เป็นสนิม ไม่เกิดตะกรันภายในท่อ
- ไม่มีสารก่อมะเร็ง ไม่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำ
- โครงสร้างทนทาน ไม่เปราะแตกง่ายเมื่อใช้งานระยะยาว
- ลดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงและความเสี่ยงหลังส่งมอบงาน
THAI PP-R ยังได้รับการรับรอง Carbon Footprint of Product (CFP) แสดงถึงการปล่อยก๊าซ CO₂ ในระดับต่ำ ตอบโจทย์โครงการที่ให้ความสำคัญกับ Sustainability และ ESG
มากกว่าวัสดุ คือ “ผู้เชี่ยวชาญระบบท่อ PPR”
THAI PP-R ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตท่อ แต่คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบท่อ PPR ที่พร้อมสนับสนุน
- ข้อมูลทางเทคนิค
- การเลือกชนิดท่อให้เหมาะกับแรงดันและอุณหภูมิ
- การใช้งานในโครงการเฉพาะทาง
THAI PP-R
- เลือกเพื่อความมั่นใจของวิศวกร
- เลือกเพื่อความคุ้มค่าของเจ้าของโครงการ
- เลือกเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว